ประเภทการให้บริการ
กิจกรรมสันทนาการ
สิ่งที่ต้องเตรียมในวันเข้ารับบริการ
โรคที่พบในผู้สูงอายุ
อัมพฤกษ์อัมพาต
โรคเก๊าท์
โรคซึมเศร้า
โรคหลอดเลือดสมอง
โรคหัวใจขาดเลือด
โรคพาร์กินสัน Parkinson
โรคเวียนศรีษะ
โรควัณโรค
โรคความดันโลหิตสูง
การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก
การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สำหรับผู้สูงอายุที่โรคเรื้อรัง
อาหารกับอารมณ์
มะเร็งลำไส้ใหญ่ ลำไส้ตรง และทวารหนัก
3 นิ้ว 3 สัมผัสสกัดมะเร็งเต้านม
วิตามินดีช่วยลดเสี่ยงมะเร็งลำใส้ใหญ่
อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
สาเหตุของการปวดเข่า
 
โรคหลอดเลือดสมอง
ความหมาย
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ในที่นี้หมายรวมถึง
โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน (Ischemic Stroke)
และโรคหลอดเลือดสมองแตก(Intracranial Hemorrhage)

ชนิดของโรคหลอดเลือดสมอง(Stroke)
โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน (Ischemic Stroke)เกิดจากหลายสาเหตุ
-เกิดจากเส้นเลือดใหญ่ในสมองแข็งละตีบตัน(Atherothrombosis) ทำให้เนื้อสมองตายเป็นบริเวณกว้าง และอาจเกิดสมองบวมกดเนื้อสมองข้างเคียงตามมาได้
-เกิดจากก้อนเลือกเล็กๆมาตามกระแสเลือดมาอุดตันส้นเลือดใหญ่ในสมอง (Embolism) อาจมาจากหัวใจ (Cardioembolic) หรือ เส้นเลือดใหญ่ก็ได้ (Artery to Artery)
-เกิดจากการเสื่อมของเส้นเลือดเส้นเล็ก (Lacunar Infarction)  บริเวณเนื้อสมองตายจะไม่มาก  แต่ผู้ป่วยอาจอ่อนแรงมากๆได้

โรคโรคหลอดเลือดสมองแตก(Intracranial Hemorrhage) มีได้หลายชนิด
-เลือกออกในเนื้อสมอง (Intracranial Hemorrhage) เกิดจากผนังเลือดหมดเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีความดันโลหิตสูงนานๆหรือความควบคุมความดันโลหิตได้ไม่ดี
-เลือดออกในเนื้อสมองจากการที่เส้นเลือดมีสารอมัยลอยด์สะสม(Amyloid Angiopahy) และทำให้เส้นเลือดแตก มักมีอาการสมองเส่อมร่วมด้วย มักพบในคนสูงอายุ แต่พบได้ไม่บ่อยนัก
-การแตกของเส้นเลือดโป่งพอง(Ruptured Aneurysm) ในช่องที่อยู่ในน้ำไขสันหลัง (Subarachnoid Hemorrhage) ซึ่งผู้ป่วยมักมีโรคความดันโลหิตสูงร่วมด้วย
-เส้นเลือดดำและเส้นเลือดแดงต่อกันผิดปกติ ( Arteriovenous Malformation) ทำให้มีเลือดออกทั้งในเนื้อสมองและในช่องที่อยู่ของน้ำไขสันหลัง (Subarachnoid Hemorrhage) มักพบในคนอายุน้อย ไม่ทราบสาเหตุ

โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน(Ischemic Stroke)
เกิดจากการอุดตันของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองส่วนใดส่วนหนึ่ง ทำให้เกิดอาการผิดปกติของการทำงานของร่างกายส่วนที่สมองส่วนนั้นควบคุม
ถ้าอาการอยู่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง จะเรียกว่าเป็นการขาดเลือดแบบชั่วคราว (หรือ) ซึ่งโดยมากอาการมักไม่นานเกินครึ่งชั่วโมง
ความสำคัญคือ ถ้าเกิดอาการขาดเลือดแบบชั่วคราว (TIA) แล้ว ผู้ป่วยมีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดตีบตันถาวรมาได้ถึง 1 ใน 10 คน
ในสัปดาห์รก และประมาณ 2 ใน 10 คน ในเดือนแรก หลังจากนั้น
โอกาสจะน้อยลงเป็นประมาณ 4-5 ใน 100 คนต่อปี แพทย์จึงเน้นให้ผู้ป่วยที่สงสัยว่าตนมีอาการของการขาดเลือดแบบชั่วคราว มาพบแพทย์ให้เร็วที่สุด

อาการที่จะทำให้คิดถึงโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน
-อาการทางระบบประสาทที่เป็นอย่างรวดเร็ว หรือทันที
-อ่อนแรงครึ่งซีบ ชาครึ่งซีก มองไม่เห็นครึ่งซีก
-ตาบอดชั่วขณะ
-พูดไม่เป็นภาษา หรือไม่เข้าใจภาษา
-เวียนศีรษะตลอดเวลาโดยไม่ขึ้นกับการเปลี่ยนท่าทาง
-เดินเซ เห็นภาพซ้อน ตาเหล่ ที่เกิดขึ้นอย่างรวแร็ว

ปัจจัยเสี่ยง

ทั้งนี้โอกาสที่จะเกิดโรคในแต่ละคนแตกต่างกัน ขึ้นกับปัจจัยที่เสี่ยง เช่น อายุ เพศชาย และการมีประวัติในครอบครัวป่วยด้วย โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน
จะมีโอกาศเป็นโรคมากกว่า คนอายุน้อยเพศหญิง และคนที่ไม่มีประวัติครอบครัว ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือเปลี่อยแปลงได้
ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ การไม่ออกกำลังกาย ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจขาดเลือด และ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ปัจจัยเสี่ยงกลุ่มนี้สามารถควบคุมและปรับเปลี่ยนได้ด้วยการรักษาต่อเนื่อง และการใส่ใจดูแลตนเองของผู้ป่วย
มีรายงายว่าการดื่มเหล้าปริมาณเล็กน้อยไม่เกินวันละหนึ่งแก้วช่วยลดการแข็งของเส้นเลือด แต่ถ้าดื่มมากเป็นประจำจะเป็นพิษต่อตับ เกิดตับแข็ง
โรคอ้วน ตับอ่อนอัดเสบ เบาหวาน และเส้นเลือดในสมองแตก เนื่องจากผลการศึกษาไม่แน่ชัด และดื่มเหล้าด้วยเหตุผลดังกล่าว

การรักษา
การใช้ยา เช่น ย้านเกร็ดเลือด เช่นแอสไพริน (Aspirin) โครพิโดเกรล (Clopidogrel) ไดไพริดาโมล (Dipyridamole) หรือการใช้ยาลดการแข็งตัวของเลือด เช่น วาฟาริน (Warfarin) ในกรณีที่ผู้ป่วยมีหัวใจเต้นผิดปกติ
การรักษาโดยการผ่าตัดจะใช้ในบางกรณี ทั้งนี้ขึ้นกับสาเหตุ ระยะของโรค และการตอบสนองต่อการรักษาของผู้ป่วย เช่น ถ้าสมองส่วนที่ตายเกิดบวมมากจนกดสมองส่วนอื่น ก็จำเป็นต้องผ่าตัด หรือการผ่าตัดเส้นเลือดที่คอตีบที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการสมองขาดเลือด ทั้งนี้แพทย์จะพิจารณาตามความเหมัสมเป็นรายๆไป

การป้องกัน
จึงเน้นที่การควบคุมปัจจัยเสี่ยง เช่น คุมเบาหมาน ไขมัน ความดัน โลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ รักษาโรคร่วม เช่น กล้ามเนื้หัวใจขาดเลือด โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างต่อเนิอง งดสูบบุหรี่ งดดื่มสุรา และออกกำลังกายเป็นประจำ
 
 
ผู้ป่วยมีโอกาสเป็นซ้ำหรือไม่
ถึงแม้ผู้ป่วยจะได้ยาต้านเกร็เลือดระยะยาว แต่ 1ใน 4 ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน มีโอกาศเกิดซ้ำได้ใน 5 ปี แอสไพรินจะลดโอกาสเกิดเส้นเลือดในสมองตีบซ้ำลงไปร้อยละ 18 (เช่นจาก 5 คน เป็น 4 คน ) นั่นหมายถึงยาไม่ได้ป้องกันกันการเกิดซ้าได้ทุกราย ยิ่งกว่านั้นการเกิดเส้นเลือดในสมองตีบซ้ำจะทำให้มีโอกาสเกิดภาวะสมองเสือมตามมาในภายหลัง
ดังนั้น ผู้ป่วยจะต้องทานยาตลอดชีวิต ดูแลตนเอง และควบคุมปัจจัยเสี่ยงดังกล่างข้างต้นเพื่อคุณภาพชิวิตที่ดี