ประเภทการให้บริการ
กิจกรรมสันทนาการ
สิ่งที่ต้องเตรียมในวันเข้ารับบริการ
โรคที่พบในผู้สูงอายุ
อัมพฤกษ์อัมพาต
โรคเก๊าท์
โรคซึมเศร้า
โรคหลอดเลือดสมอง
โรคหัวใจขาดเลือด
โรคพาร์กินสัน Parkinson
โรคเวียนศรีษะ
โรควัณโรค
โรคความดันโลหิตสูง
การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก
การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สำหรับผู้สูงอายุที่โรคเรื้อรัง
อาหารกับอารมณ์
มะเร็งลำไส้ใหญ่ ลำไส้ตรง และทวารหนัก
3 นิ้ว 3 สัมผัสสกัดมะเร็งเต้านม
วิตามินดีช่วยลดเสี่ยงมะเร็งลำใส้ใหญ่
อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
สาเหตุของการปวดเข่า
 
สาเหตุของการปวดเข่า

โดยทั่วไป เรามักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับข้อเข่า จะให้ความสนใจก็ต่อเมื่อเริ่มมีอาการปวดในขณะที่เดินหรือทำกิจกรรม เพราะอาการเหล่านี้ จะรบกวนเราทุกย่างก้าว ทั้งนี้เพราะข้อเข่าทำหน้าที่แบกรับน้ำหนักของร่างกายขณะเคลื่อนไหว ในท่าที่ศีรษะตรง

สาเหตุของการปวดเข่า
1. จากการเล่นกีฬาหรือได้รับแรงกระแทกรุนแรง ทำให้ข้อแพลงหรือเอ็นฉีก
2. ข้อเข่าเสื่อมตามวัยและการใช้งาน มีปัจจัยเสริมให้เกิดอาการ คือ หกล้ม เดินทางไกล ยืนหรือเดินมากเกินไป น้ำหนักตัวมาก ส่วนใหญ่พบในหญิงวัยกลางคน
3. การบาดเจ็บของกระดูกอ่อนในข้อเข่า เนื่องจากมีแรงกระแทกในขณะที่กำลังงอเข่า จะมีอาการปวด บวมทันที ไม่สามารถเหยียด-งอ ข้อเข่าได้เต็มที่
4. ปุ่มกระดูกหน้าแข้งอักเสบ มักเกิดในเด็กวัยรุ่นที่มีการเจริญเติบโตของกระดูกเข่าเร็วผิดปกติ
5. กระดูกสะบ้าเคลื่อน มักเกิดจากการได้รับอุบัติเหตุ ทำให้เอ็นยึดกระดูกสะบ้าฉีกขาด
6. การเสื่อมของกระดูกอ่อนของลูกสะบ้า เกิดจากการออกแรงข้อเข่าในการทำกิจกรรมมากเกินไป จนทำให้ผิวสัมผัสที่เป็นกระดูกอ่อนเสื่อม
7.ข้อเข่าเสื่อมที่เกิดภายหลังโรคข้ออักเสบ เช่น โรคเกาต์

การรักษาโดยแพทย์
1. การใช้ยาระงับอาการปวดและอักเสบ
2. แนะนำอิริยาบถที่ควรหลีกเลี่ยง
3. สวมผ้าพยุงเข่า
4. ผ่าตัดในรายที่มีอาการข้อเสื่อม หรือเอ็นฉีกขาดรุนแรง
การรักษาทางกายภาพบำบัด
1. ลดอาหารปวดโดยใช้เครื่องมือไฟฟ้าทางกายภาพบำบัด
2. การดัดดึงข้อเข่า โดยใช้เทคนิคพิเศษทางกายภาพบำบัด ในกรณีที่มีข้อยึดติด
3. แนะนำท่าทางการออกกำลังกายที่ถูกวิธี

การรักษาอาการปวดเข่าด้วยตนเอง
1. ในกรณีที่ได้รับอุบัติเหตุ
- ให้พักและพันผ้ายืดรอบเข่า ในท่าเข่าเหยียดตรง
- ประคบด้วยความเย็นใน 2-3 วันแรก วันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 15 นาที หลังจากนั้นให้ประคบด้วยความร้อ
- รับประทานยาระงับปวด ถ้าไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ หรือนักกายภาพบำบัด
- ห้ามนวด ดัด หรือจับเส้น
2. ในกรณีข้อเสื่อม

- ถ้ามีน้ำหนักมาก ควรลดน้ำหนัก
- ประคบด้วยความร้อน นาน 15 นาที วันละ 2-3 ครั้ง
- ถ้าปวดมาก ให้รับประทานยาแก้ปวด
- บริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าให้แข็งแรง

ทุกกรณี เมื่ออาการปวดลดลง ควรออกกำลังบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า เพื่อเพิ่มความมั่นของข้อเข่า ตามท่าดังต่อไปนี้
1. นอนหงาย ใช้หมอนเล็กรองใต้เข่าทั้งสองข้าง ออกแรงกดเข่าลงกับหมอนขาเหยียดตรงที่สุดเกร็งค้างไว้ 5-10 วินาที แล้วเอาลง ทำซ้ำ 20-30 ครั้ง ภาพ

2. นั่งบนเก้าอี้ห้อยขาลง เตะขาเหยียดเข่าขึ้นตรงๆ ช้าๆ เกร็งค้างไว้ 5-10 วินาที วางลง ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง แล้วเปลี่ยนข้าง (ถ้าพบว่ากล้ามเนื้อแข็งแรงเพิ่
มขึ้น อาจใส่ถุงทรายเพิ่มน้ำหนักเพื่อเป็นการเพิ่มแรงต้านทาน)

3. นอนคว่ำ ใส่ถุงทรายที่ข้อเท้า งอเข่าขึ้นช้าๆ เกร็งค้างไว้ 5-10 วินาที เอาลง ทำ 10 -15 ครั้ง แล้วสลับข้าง โดยน้ำหนักที่ถุงทราย สามารถเพิ่มได้เรื่อยๆ ตามความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

4. ท่ายืดกล้ามเนื้อด้านหลังเข่า นั่งกับพื้น ขาข้างหนึ่งพับในท่าขัดสมาธิ อีกข้างเหยียดตรงไปข้างหน้า ยืดโดยการโน้มตัวเอื้อมมือทั้งสองไปแตะข้อเท้าของขาข้างที่เหยียด ค้างไว้ 10-15 วินาที แล้วพัก ทำ 10-15 รอบ แล้วสลับทำอีกข้าง

5. ท่ายืดกล้ามเนื้อด้านหน้าเข่า นอนคว่ำ พับขาข้างที่จะยืดไปด้านหลัง ใช้มือดึงปลายเท้าให้รู้สึกตึงที่หน้าขา ค้างไว้ 10-15 วินาที แล้วพัก ทำ 10-15 รอบ แล้วสลับทำอีกข้าง